การสนับสนุนการจัดการศึกษาแก่ศูนย์การเรียนที่จัดบริการการศึกษาแก่ลูกหลานแรงงานที่ติดตามพ่อแม่เข้ามาใช้แรงงานในพื้นที่ อำเภอแม่สอด อำเภอพบพระ และอำเภออุ้มผาง จำนวน 8 ศูนย์การเรียน นักเรียนจำนวน 2,355 คน และ ครูจำนวน 106 คน จากจำนวนทั้งหมด 74 ศูนย์  ที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2 นั้น มูลนิธิฯ ได้ให้การสนับสนุนด้านงบประมาณในการบริหารจัดการศูนย์การเรียน ซึ่งประกอบด้วย สนับสนุนสิ่งที่เอื้อต่อ การเรียนการสอน สาธารณูปโภค สิ่งอำนวยความสะดวกในการเรียนการสอน ค่าตอบแทนครูผู้สอน ปัจจัยการศึกษาต่างๆ เช่น อุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบนักเรียน ค่าเดินทาง การสนับสนุนหอพักสำหรับเด็กกำพร้าไร้ที่พึ่ง หรือเด็กที่มีบ้านห่างไกล จากศูนย์การเรียน และเด็กที่พ่อแม่ย้ายถิ่นฐานการทำงานบ่อย รวมทั้งยังได้จัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ ต่อการพัฒนาทักษะ ด้านต่างๆ ของเด็กเอง ครูผู้สอน และเจ้าหน้าที่ทำปฏิบัติงาน มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
   
ส่งเสริมและสนับสุนปัจจัยเอื้อต่อการจัดการเรียนการสอน
 

สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน และวัสดุในการสอน  เป็นการสนับสนุนโดยตรงแก่เด็กในศูนย์การเรียน และครูที่เกี่ยวข้อง กับการจัดการเรียนอาทิเช่น สนับสนุนอุปกรณ์การเรียนการสอน สื่อวัสดุ ที่เอื้ออำนวยให้กิจกรรมการเรียนรู้น่าสนใจ รวมถึงการจัดให้อุปกรณ์การเรียน แก่ผู้เรียนแต่ละคนอย่างเพียงพอ โดยได้สนับสนุนภาคเรียนละหนึ่งครั้ง วัสดุอุปกรณ์เหล่านี้ ได้ทำการสั่งซื้อปริมาณมาก จากแหล่งผลิตในกรุงเทพมหานคร

ศูนย์การเรียน KM 42 ซึ่งตั้งอยู่ อ.พบพระ ห่างไกลจากแม่สอดมาก ศูนย์นี้ได้ประกอบอาหารกลางวันเอง ปีการศึกษานี้เป็นปีแรก มูลนิธิฯ จึงได้จัดสรรอุปกรณ์ ในการประกอบอาหารที่จำเป็น

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป) และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เห็นว่าเด็กศูนย์การเรียน ควรมีบัตรประจำตัวเพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่ เมื่อถูกเจ้าหน้าที่ตรวจ มูลนิธิฯ จึงได้จัดทำบัตรประจำตัวนักเรียนทุกคน ที่อยู่ในศูนย์การเรียนที่มูลนิธิฯ ดูแล ส่วนบัตรประจำตัวครูผู้สอนนั้น สพป. จัดทำให้

ในแต่ละปี มูลนิธิฯ จะจัดชุดเครื่องแบบแก่เด็กนักเรียน และครูผู้สอน ปีที่ผ่านมาเป็นชุดกีฬา กางเกงวอร์ม ปีนี้ครูลงความเห็น พร้อมเพียงกันเป็นชุดแบบนักเรียน สีกรมท่า และสีขาว เช่นเดียวกับโรงเรียนโดยทั่วไป ผลิตโดยแผนกตัดเย็บเสื้อผ้า (รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้จากรายงานแผนกตัดเย็บเสื้อผ้า)

   
กิจกรรมสันทนาการและสร้างความสัมพันธ์
 
ทีม Spark Circus Gift of Happiness เด็กเขียนเรื่องอาหารพม่า ใน Penfriend

กิจกรรมการแสดงกายกรรมและเต้นไฟ จากคณะกายกรรมอาสาสมัครชาวต่างชาติที่มาจากกว่า 20 ประเทศ ที่เรียกตัวเองว่า Spark Circus จัดขึ้นทุกปี โดยมีคณะจัดกิจกรรม ให้แก่เด็กในศูนย์การเรียนที่อยู่ภายใต้มูลนิธิฯ ในภาคกลางวัน และในภาคกลางคืน ได้จัดแสดงเต้นไฟให้นักเรียน ครู ผู้ปกครอง ในชุมชน

กิจกรรมการแสดงตลกก็เป็นอีหนึ่งกิจกรรม ที่ไดเรับความอนุเคราะห์จาก Gift of Happiness Foundation ในการแสดงตลก เพื่อสร้างความสุขแก่เด็กๆ ในศูนย์การเรียน

กิจกรรม “Pen friend” หรือจดหมายถึงเพื่อน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สร้างความสัมพันธ์ ระหว่างเพื่อนต่างแดน กับนักเรียนในศูนย์การเรียน ปีแรกที่จัดกิจกรรมนี้ ศูนย์การเรียนปารามี Grade 5 จับคู่กับ Stifter School in Bozen ประเทศอิตาลี่ และ ศูนย์การเรียน BHSOH กับ  Sunderland College ในประเทศอังกฤษ โดยเด็กนักเรียนทั้งสองฝั่ง ต้องเขียนจดหมายเล่าเรื่อง ให้กันละกัน โดยมีการกำหนดหัวข้อร่วมกันระหว่างกลุ่มเด็กและผู้ประสานงาน อาิทิเช่น ศูนย์การเรียนปารามี เล่าให้เพื่อนอิตาเลี่ยนฟังเรื่อง ทานาคา ซึ่งเป็นเครื่องสำอางธรรมชาติจากประเทศพม่า เป็นต้น

   
พัฒนาสาธารณูปโภค / อาคารเรียน
 

ศูนย์การเรียน BHSOH ที่ดำเนินการล่าช้ามากผลจากการเปลี่ยน สถานที่ก่อสร้างเพราะไม่ได้รับความเห็นชอบ จากผู้นำชุมชนและชาวบ้าน แล้วอาคารเรียนก็เสร็จสมบูรณ์ โดยผ่านกระบวนการตั้งแต่รายละเอียด ของอาคารที่เหมาะสม กับจำนวนเด็กและการทำกิจกรรม ได้มีการประชุมหลายครั้งกับผู้บริหารศูนย์การเรียน ผู้สนับสนุน และผู้ก่อสร้าง ในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2553 ได้มีพิธิเปิดอย่างเป็นทางการ โดยมีปลัดด้านความมั่นคง ตัวแทนนายอำเภอเป็นประธานในพิธี ร่วมด้วย ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2 ผู้สนับสนุนทุนในการก่อสร้าง Carlos von Arx พร้อมด้วยภรรยา, มูลนิธิเกื้อฝันเด็ก ผู้ก่อสร้าง, ผู้นำชุมชน และตัวแทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ ผู้ปกครอง และนักเรียน จำนวนกว่า 800 คน เข้าร่วม แม้ว่าศูนย์การเรียน BHSOH จะมีอาคารสถานที่พร้อม แต่ยังมีปัญหาเรื่องน้ำ และไฟฟ้า เพราะศูนย์อยู่ห่างไกลชุมชนมากและยังเป็นสถานที่ที่น้ำและไฟฟ้าจากหมู่บ้านเข้าไม่ถึง ที่ผ่านมาได้แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยการซื้อน้ำ และใช้ไฟฟ้าชั่วคราวจากการก่อสร้างอาคารร่วมกับปั่นไฟจากเครื่อง ในระยะยาวยังคงต้องหาแนวทางการแก้ไขปัญหานี้ต่อไป

ศูนย์การเรียน BHSOH
ห้องเรียนเก่า แน่นและมืด บริเวณที่กว้างกว่าเดิม พิธีเปิดอย่างเป็นทางการ

ศูนย์การเรียน New Day หมดสัญญาเช่าอาคารในเดือนพฤษภาคม 2553 แต่เนื่องจากการก่อสร้างอาคารใหม่ ไม่ได้เป็นไปตามแผน เนื่องจากหน่วยงานด้านความมั่นคง และผู้นำชุมชนไม่เห็นชอบสถานที่ใหม่ เพราะใกล้ชายแดนเกินไป อาจจะมีผลกระทบเรื่องความปลอดภัย และสร้างความไม่สบายใจให้ผู้ดูแลระยะยาว มูลนิธิฯ จึงได้เจรจากับเจ้าอาคารเรียนเดิม เพื่ออยู่ต่อจนกว่าจะอาคารเรียนจะเรียบร้อย ในเดือนธันวาคม 2553 ได้สถานที่ใหม่ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากทุกฝ่าย จึงได้เริ่มดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง เพื่อให้แล้วเสร็จก่อนการสิ้นสุดสัญญาใหม่อีกครั้ง

ศูนย์การเรียน New Day
ห้องเรียนเก่าไม่สามารถวางโต๊ะเรียนได้ วัสดุชั้วคราวไม่คงทน ถาวร อาคารเรียนใหม่

ศูนย์การเรียน Noung Bo Daeng ได้จัดสร้างอาคารเรียนชั่วคราวเพิ่มจำนวน 1 อาคาร เพราะอาคารเรียนเดิมที่มีอยู่ แออัดและหนาแน่นไม่เพียงพอ ต่อจำนวนเด็ก ผู้ปกครองเด็กลงแรงช่วยสร้าง โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก โครงการ “weltwärts-programme” ที่ส่งอาสาสมัครมาช่วยงานจากประเทศเยอรมันนี

ศูนย์การเรียน Naung Boh Deh
อาคารเรียนเดิมทำจากวัสดุชั่วคราว ห้องเรียนเดิมคับแคบ อาคารเรียนใหม่เพิ่ม

นอกจากนี้ยังมีหลายศูนย์การเรียนรอรับการสนับสนุนเพื่อพัฒนาอาคารเรียน และสาธารณูปโภคให้มีความเหมาะสมต่อ อาทิเช่น ศูนย์การเรียน LDF ศูนย์การเรียน Ah Yon Oo เป็นต้น

ศูนย์การเรียน ที่ยังรอการสนับสนุนอาคารเรียนใหม่
ศูนย์การเรียน LDF เด็กๆ จำนวนมาก ต้องแบ่งห้องเรียนเป็นห้องเล็กๆ

ศูนย์การเรียน Ah Yone Oo
หลังคาที่รั่วทุกปีในฤดูฝน

ศูนย์การเรียน P'Yan Daw เด็กๆยังนักเีรียนโต๊ะที่ทำจากไม่ไผ่

สนใจสนับสนุนโครงการก่อสร้างและปรับปรุงอาคารเรียนติดต่อ maesot@helpwithoutfrontiers.org

   
การบริหารจัดการงบประมาณศูนย์การเรียน
  ทุกเดือนผู้บริหารศูนย์หรือตัวแทนจะมีประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ เพื่อหารือเรื่องการบริหารศูนย์ทั้งด้านการจัดการเรียนการสอน และการบริหารงบประมาณของศูนย์การเรียน
บางศูนย์ที่อยู่ห่างไกลประกอบอาหารเองเช่นศูนย์การเรียน The Best Friendพื้นที่อำเภอพบพระใช้ทรัพยากรประกอบอาหารมากกว่าเด็กที่อยู่ในเมือง เพราะส่วนใหญ่เด็กจะไม่ได้รับประทานอาหารจากที่บ้าน อาศัยรับประทานมื้อกลางวันที่โรงเรียนจัดให้ ศูนย์นี้จึงบริโภคข้าวสารมากกว่าศูนย์อื่นๆ อย่างไรก็ตามมูลนิธิฯ ได้ทำการสำรวจข้อเท็จจริง เก็บข้อมูล และปรับการสนับสนุนให้เพียงพอกับความต้องการที่เป็นจริง จึงทำให้งบประมาณสนับสนุนค่าอาหารเพิ่มมากขึ้น
   
ตรวจเยี่ยมศูนย์การเรียน พบปะครู นักเรียน และผู้ปกครอง
 
ผู้ปกครองมาร่วมประชุมประจำปี สภาพที่อยุ่อาศัย

กิจกรรมเปิด-ปิด ศูนย์การเรียนจัดขึ้นทุกก่อนปิด และเปิดปีการศึกษา ตัวแทนมูลนิธิฯ เข้าร่วมทุกครั้ง และใช้โอกาสนี้อธิบาย สถานการณ์ทั่วไป สถานการณ์เกี่ยวกับองค์กรและการระดมทุน แก่ผู้ปกครอง คณะกรรมการศูนย์การเรียน คณะครู และนักเรียน รวมทั้งยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ให้ใกล้ชิดระหว่างมูลนิธิฯและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับศูนย์การเรียนมากขึ้น

   
ต้อนรับและนำผู้สนับสนุนโครงการการศึกษาเยี่ยมโครงการ
 
Pia Pedevilla สอนเด็กทำของเล่น

แต่ละปีจะมีผู้สนับสนุนศูนย์การเรียน ตามโครงการ Adop My School หรืออุปถัมภ์โรงเรียนของฉัน มาเยี่ยมโครงการเพื่อติดตามความคืบหน้า โครงกรและศูนย์การเรียน ตัวอย่างเช่นปี 2553 ผู้สนับสนุนศูนย์การเรียน LDF โดยครอบครัว Wolf Fenster และพนักงานในบริษัทนี้ เป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่าย ศูนย์นี้มาเยี่ยม คณะครู นักเรียน และทำกิจกรรมร่วมกัน การมาเยี่ยมครั้งนี้ผู้สนับสนุน ยังได้จัดเตรียม เสื้อยืดให้ครูและนักเรียนทุกคน ไว้เป็นที่ระลึก

Pia Pedevilla จากประเทศออสเตรีย และเป็นผู้สนับสนุนหลักโครงการอาหารเสริม นม และ ผลไม้ เยี่ยมศูนย์การเรียน ภายใต้การสนับสนุนของมูลนิธิฯ รวมทั้งได้จัดอบรม เรื่องการทำงานฝีมือ ที่ Pia เป็นเจ้าของหนังสืองานฝีมือ ที่มีชื่อเสียงแล่มหนึ่งของประเทศออสเตรีย

  หากท่านสนใจสนับสนุนโครงการด้านการศึกษา อ่านต่อ
 
     
  © 2010 Help Without Frontiers Foundation Thailand
203 Moo 2 Mae Pa, Mae Sot, Tak 63110 Tel./ Fax +66 (0) 55 546112
Email : maesot@helpwithoutfrontiers.org